ข้อควรพิจารณาก่อนซื้อเครื่องปั่นสมูทตี้

ในการจะเลือกซื้อหาเครื่องปั่นสมูทตี้ดีๆสักตัว ให้ใช้งานได้ตรงกับความต้องการและอยู่เป็นเครื่องมือทำมาหากินได้นานๆ ไม่จุกจิกให้ปวดหัว เราจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบ ด้วยความที่เครื่องปั่นที่มีให้เลือกในท้องตลาดมีมากมายเหลือเกิน ซึ่งผู้เขียน แบ่งกลุ่มประเภทเครื่องปั่นออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  1. เครื่องปั่นสมูทตี้ แบบไลท์ดิวตี้หรือแบบใช้ในบ้าน เหมาะกับการใช้งานไม่หนัก ปั่นเครื่องดื่มที่มีความข้นหนืดสูงๆ หรือมีเนื้อของแข็งผสมมากไม่ได้ เพราะมอเตอร์มีขนาดเล็ก ประมาณ 1/2-3/4 แรงม้า (ประมาณ 400-600 วัตต์) ราคาไม่แพง หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆ เท่านั้น ควรใช้ในครัวเรือนเป็นหลัก หากนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน อาจจะพังได้ง่าย เพราะมอเตอร์จะร้อนเร็วและไหม้ได้ง่าย ชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยแข็งแรงทนทาน ออกแบบมาให้ใช้งานในบ้านเป็นหลักซึ่งใช้ไม่เกิน 2-3 ครั้ง ต่อวัน อีกทั้งอาจจะพ้นจากการรับประกันสินค้า หากนำไปใช้เชิงพาณิชย์ ดังนั้น ควรอ่านเงื่อนไขการรับประกันให้ดีว่ามีระบุไว้หรือไม่
  2. เครื่องปั่นสมูทตี้ ประสิทธิภาพสูงแบบเฮฟวีดิวตี้ เป็นเครื่องที่ออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะกับงานหนัก หรือต้องใช้บ่อยๆ มากกว่า 20 ครั้ง ต่อวัน เครื่องมักจะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะมอเตอร์มีขนาดใหญ่ สามารถใช้งานเชิงพาณิชย์ เป็นเครื่องมือทำมาหากินได้อย่างสบาย เครื่องปั่นแบบนี้ยังมีแยกย่อยออกเป็น
    • แบบแมนนวลปรับความเร็ว 2 ระดับ (2 speed) เหมาะกับปั่นเครื่องดื่มเป็นหลัก
    • แบบปรับความเร็วได้หลายระดับ สามารถใช้งานอเนกประสงค์ ปั่นอาหาร ของแห้ง เครื่องแกง ได้
    • แบบโปรแกรมตั้งเวลาอัตโนมัติ

เครื่องแต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสียในตัวเอง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามประเภทการใช้งาน พอสรุปข้อดีข้อเสียได้ดังนี้

  • เครื่องปั่นแบบ 2 สปีด
  • เครื่องปั่นแบบปรับความเร็วได้
  • เครื่องปั่นแบบโปรแกรมอัตโนมัติ

ข้อดี

  • ใช้ง่าย ไม่หยุมหยิม ราคาย่อมเยากว่า
  • ใช้งานได้อเนกประสงค์
  • ง่าย สะดวก ไม่ต้องมีความชำนาญ กดเพียงปุ่มเดียว

ข้อเสีย

  • อาจต้องอาศัยผีมือหรือความเชี่ยวชาญในการปั่นเพื่อให้ได้เครื่องดื่มคุณภาพดี หากเปลี่ยนผู้ใช้งานต้องมีการฝึกฝน จึงจะปั่นได้ดี
  • ราคาสูงกว่า ความทนทานอาจจะน้อยกว่าแบบแมนนวล เพราะมีระบบอิเล็กทรอนิกส์